ติดต่อ: 084-820-7280 ทศพล แก้วสาร

19/01/2019

รับทำ app blog detail

แอพเช็คค่าฝุ่น PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ

          เวลานี้ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักเจ้าฝุ่นพิษ PM 2.5 กันแล้วใช่มั้ยคะ เจ้าฝุ่นพิษนี่ถือว่าเป็นปัญหาระดับโลกกันเลยทีเดียว หลายหน่วยงานก็ออกมาให้ความรู้และวิธีป้องกันที่ถูกต้องให้พี่น้องชาวไทยรับทราบกันพอสมควรแล้ว วันนี้เราจึงมีแอพเช็คค่าฝุ่นจากกรมควบคุมมลพิษมาแนะนำเพิ่มเติมเผื่อเป็นประโยชน์เวลาจะเดินทางไปไหน จะได้เตรียมตัวป้องได้ล่วงหน้ากันจ้า

          แอพนี้มีชื่อว่า Air4thai เป็นแอพจากกรมควบคุมมลพิษ จัดทำขึ้นเพื่อรายงานสถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่สนใจติดตามสถานการณ์มลพิษผ่านทางสมาร์ตโฟนได้แบบง่ายๆ โดยจะรายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย แบบข้อมูลรายชั่วโมงและข้อมูลรายวัน แสดงกราฟคุณภาพอากาศย้อนหลัง 7 วัน พร้อมแผนที่แสดงเป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดทั่วประเทศ

          เมื่อเข้าแอพพลิเคชั่นแล้วจะแสดงค่าของสภาพอากาศตามตำแหน่งที่ผู้ใช้อยู่ ณ เวลานั้นก่อน โดยแสดงเป็นดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

เป็นการแสดงผลแบบเข้าใจง่ายโดยการแบ่งเป็นสีต่างๆ ดังนี้

1. สีฟ้า : คุณภาพอากาศดีมาก

2. สีเขียว : คุณภาพอากาศดี

3. สีเหลือง : คุณภาพอากาศปานกลาง (ซึ่งระดับนี้อาจจะส่งผลกระทบคนผู้ที่เป็นภูมิแพ้ จึงควรป้องกันตัวเอง)

4. สีส้ม : คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ( ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ ควรป้องกันตัวเองและไม่ควรออกไปอยู่กลางแจ้ง)

5. สีแดง : คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ

          สามารถเลือกดูและค้นหาได้ตามภูมิภาคต่างๆในประเทศได้ โดยแบ่งเป็นพื้นที่เป็นแต่ละเขต แต่ละอำเภอ จังหวัดได้ด้วยค่ะ

นอกจากทางแอพนี้ยังมีความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเรื่องมลพิษทางอากาศไว้ให้ความรู้กับผู้ใช้ที่สนใจอีกด้วย

 

ามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งในระบบ IOS และ Android กันได้เลยค่าาา

 

 

Shared:

รับทำ app share facebook

บทความอื่นๆ

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

แนะนำ 4 แอพฯส่งของออนไลน์

Skootar การให้บริการ รับส่งเอกสาร เก็บเช็ค วางบิล รับส่งของ รับส่งสินค้า รับส่งอาหาร ฝากส่งไปรษณีย์ เดินเอกสาร ติดต่อราชการ ชำระค่าสาธารณูปโภค จุดเด่น   - เมื่อใช้บริการเราสามารถรู้พนักงานรับส่งงานได้เลย - มีการให้บริการที่รวดเร็วสามารถส่งงานได้ทันที - สามารถใช้บริการได้หลากหลายช่องทาง ผ่านเว็บไซท์ www.skootar.com และ แอพพลิเคชั่นมือถือ ขอบเขตการให้บริการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าบริการ                                            ดาวน์โหลดไดที่นี่ Android:https://play.google.com/store/apps/details?id=com.skootar.customer iOS: https://itunes.apple.com/app/apple-store/id1040028979?mt=8 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: www.skootar.com   Grab การให้บริการ  Grab Taxi: บริการแท็กซี่รับส่งโดยค่าบริการตามมิเตอร์ทั่วไป  Grab Car: บริการรถยนต์ราคาค่าบริการตามราคาที่ระบุในแอพพลิเคชั่น  Grab Bike: บริการรถจักรยานยนต์เพื่อรับส่ง  Grab Express: บริการส่งพัสดุและเอกสาร จุดเด่น - ในการให้บริการมีความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล  - คุณสามารถเลือกชำระค่าโดยสารด้วยเงินสด บัตรเครดิต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็วๆนี้) พร้อมรับใบเสร็จทางอีเมลทันทีเมื่อคุณเดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ขอบเขตการให้บริการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าบริการ Grab Taxi ค่าบริการตามมิเตอร์ทั่วไป Grab Car แยกเป็น 3 ประเภท      1. Grab Car (Economy) เริ่มต้น 60 บาท กม.ต่อไป +5 บาท                                                  2. Grab Car Plus (Premium) เริ่มต้น 65 บาท กม.ต่อไป +7บาท                                                  3. Grab XL (12ที่นั่ง) เริ่มต้น 300 บาท กม.ต่อไป +20 บาท Grab Bike แยกเป็น 2 ประเภท    1. Grab Bike (Delivery) ค่าบริการเริ่มต้น และค่าบริการต่อกม.ค่าบริการเริ่มต้น 40 บาท                                                                             - 6.5 บาท/กม. (สำหรับกม.ที่ 0 – 30)                                                                             - 12.5 บาท/กม. (สำหรับกม.ที่ 30 เป็นต้นไป)                                                2. Grab Bike (win) ค่าบริการ สำหรับ 5 กม.แรก                                                                             - 1 – 2 กม. 25 บาท                                                                             - 2.1 – 5 กม. 5 บาท/กม.                                                                              ค่าบริการ ตั้งแต่ 5 กม. เป็นต้นไป                                                                             - 1 – 5 กม. 50 บาท                                                                             - 5.1 – 15 กม. 10 บาท/กม.                                                                             - 15.1 กม. ขึ้นไป 15 บาท/กม. ดาวน์โหลดไดที่นี่ Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.grabtaxi.passenger iOS: https://itunes.apple.com/SG/app/id647268330?mt=8 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: https://www.grab.com/th/   Lalamove การให้บริการ รับส่งเอกสาร เก็บเช็ค วางบิล รับส่งของ รับส่งสินค้า รับส่งอาหาร ฝากส่งไปรษณีย์ เดินเอกสาร ติดต่อราชการ ชำระค่าสาธารณูปโภค จุดเด่น - สามารถขนส่งสินค้าได้ทุกประเภท โดยไม่ต้องแพ็คสินค้า - การขนส่งที่รวดเร็วส่งถึงภายใน 1 ชม. - เรียกใช้บริการง่าย จับคู่คนขับได้ไว แค่ไม่กี่นาที - มีรถให้เลือกหลายประเภทตามการใช้งาน ขอบเขตการให้บริการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เรียกใช้บริการได้ตลอด 24 ชม. ค่าบริการ                                              ดาวน์โหลดไดที่นี่ Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=hk.easyvan.app.client iOS: https://itunes.apple.com/th/app/lalamove-fast-delivery-app/id735701965?mt=8 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: www.lalamove.com   Deliveree การให้บริการ เป็นบริการส่งของแบบเต็มรูปแบบ  จุดเด่น - สามารถเลือกจุด รับ-ส่ง ได้มากกว่า 1 จุด - สามารถจองรถได้ทั้งแบบภายใน 45 นาที หรือทำการจองล่วงได้สูงสุดถึง 30 วัน - สามารถใช้บริการได้หลากหลายช่องทาง ผ่านเว็บไซท์ และแอพพลิเคชั่น - มีการยืนยันด้วยลายเซ็นแบบดิจิตอลทั้งจุดรับและจุดส่ง - มีรถให้เลือกทั้งมอเตอร์ไซค์ อีโคคาร์ ปิคอัพ และกระบะตู้ทึบ เพื่อให้เหมาะกับจุดประส่งของการขนส่ง - ช่วยคุณควบคุมรายจ่ายในการขนส่งด้วยราคาที่ถูก ขอบเขตการให้บริการ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าบริการ  มอเตอร์ไซค์ เริ่มต้น 50 บาท   3 – 14 กม. + 10 บาท/กม. 14 – 75 กม. + 8 บาท/กม. 75 กม.ขึ้นไป 650 บาทราคาเหมา อีโคคาร์ เริ่มต้น 165 บาท 3-14 กม. + 13 บาท/กม. 14-75 กม. + 11 บาท/กม. 75 กม. ขึ้นไป 980 บาท ราคาเหมา ปิคอัพ เริ่มต้น 300 บาท 3-14 กม. + 14 บาท/กม.  14-75 กม. + 13 บาท/กม. 75 กม. ขึ้นไป 1,250 บาทราคาเหมา กระบะตู้ทึบ เริ่มต้น 450 บาท 3-14 กม. + 23 บาท/กม. 14-75 กม. + 18 บาท/กม. 75 กม.ขึ้นไป 1,800 บาทราคาเหมา **ค่าบริการเพิ่มเติมในส่วนของการเพิ่มจุดส่งของจะบวกเพิ่ม 25 บาท/จุด และค่าดำเนินการเอกสาร 40 บาท** ดาวน์โหลดไดที่นี่ Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.deliveree.user iOS: https://itunes.apple.com/US/app/id954194834?mt=8 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: www.deliveree.com/th/            

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

เอ้ะ!!!!! เพลงนี้ชื่ออะไรนะ “Shazam” บอกได้จร้า

          เคยเจอกันไหมค่ะเวลาไปได้ยินเพลงเพราะๆ แล้วไม่รู้ว่าเพลงชื่ออะไรแต่อยากจะเอาไปฟังต่อเหลือเกิน จะไปถามใครถ้านึกเนื้อเพลงออกก็ดีไป แล้วถ้าจำไม่ได้ละ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของใครหลายๆคนที่ต้องตามหาเพลงที่ตัวเองชอบแต่กลับไม่รู้จักชื่อเพลงซะนี้ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยเจ้าแอปฯ “Shazam” ซึ่งความสามารถของแอปฯ “Shazam” คือ มันสามารถบอกเราได้ว่าเพลงที่เล่นอยู่คือเพลงอะไร บอกเลยว่าเจ๋งสุดๆ จากการได้ลองใช้งานดูการค้นหาเพลงสากล เพลงไทยและเพลงญี่ปุ่น ก็สามารถค้นหาชื่อเพลงและถูกต้องกับเพลงที่เปิดอยู่จริงๆ วิธีการใช้งานไม่ซับซ้อนอีกด้วย                             หลังจากที่ทำการดาวน์โหลดแอปฯ Shazam มาเรียบร้อยแล้ว หน้าตาแอปฯก็จะเป็นแบบรูปข้างต้น วิธีการใช้งานเพียงแค่กดปุ่มที่เหมือนกับโลโก้แอปฯตรงกลาง Shazam ก็จะทำการฟังเพลงสักครู่ แล้วก็จะโชว์เพลงตามภาพถัดไป และหากจับคู่เจอมันจะไม่เพียงแสดงชื่อเพลงอย่างเดียว เราจะสามารถดูข้อมูลการทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินเจ้าของเพลง ดูมิวสิควีดีโอผ่าน Youtube แชร์เพลงผ่าน Twitter และ Facebook และสามารถเข้าไปซื้อเพลงผ่าน iTune ได้อีกด้วย                       ทางตัวแอปฯยังสามารถเก็บเพลงไว้ใน Playlist ได้ด้วยนะ แต่ผู้ใช้งานต้องทำการ login ซะก่อนซึ่งสามารถ login ผ่าน Facebook ได้เลยหรือสมัครผ่าน Email ก็ได้นะสะดวยสบายซะจริงๆ                         ในส่วนของ Discover แอปฯ Shazam เป็นที่บอกข่าวสาร เพลงอัปเดทใหม่ทั่วโลกให้เราได้ฟังก่อนใคร และยังสามารถดูเพลงติด Charts ได้ด้วยซึ่งจะแยกแนวเพลงๆต่าง เช่น Thailand chart Global charts Hip-hop Pop และอีกต่างๆมากมาย           เป็นไงกันบ้างบ้างค่ะกับเจ้าแอปฯ Shazam ไม่ธรรมดาเลยขอบอก เป็นอีกหนึ่งแอปฯที่ควรจะมีไว้ติดเครื่องเพื่อจัดการกับปัญหาการตามหาเพลงของคนเราปัญจุบัน ซึ่งสามารถโหลดได้ทั้ง IOS และ Android ไปใช้กันฟรีๆได้เลยนะคะ

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

Odini แอพพิลเคชันลงทุนในกองทุนรวมโดยอัตโนมัติ

          เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ได้มีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น odini เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อการลงทุนแบบอัตโนมัติด้วยระบบ Robo-advisor ซึ่งเป็นการพัฒนาโดยคนไทย อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันการลงทุนด้านการเงิน และตลาดหลักทรัพย์ มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการลงทุน เป็นการดึงดูดภาคเอกชนในการลงทุน และเป้าหมายของ Robo-advisor ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเทคโนโลยีของประชาชน บุคคลทั่วไป ให้เข้าถึงการลงทุนต่างๆ รวมไปถึงผู้ประกอบการ SME และ Start up ให้สามารถพัฒนาศักยภาพการลงทุน และด้านการเงินได้ดียิ่งขึ้น     Odini มีคอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิด "ลงทุนง่าย ได้ทุกคน" เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายผ่านระบบแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ลงทุนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีการแนะนำการลงทุนแบบครบวงจร นำเสนอการเปิดบัญชีผ่าน smart phone แนะนำสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ลงทุนในพอร์ตกองทุนรวมให้แบบอัติโนมัติตามเงื่อนไขที่นักลงทุนเลือก พร้อมทั้งปรับสัดส่วนพอร์ตให้มีความสมดุลอยู่เสมอ ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียงหนึ่งพันบาท แล้ว Robo-advisor คืออะไร?         Robo-advisor ก็คือ การให้บริการวางแผนทางการเงินแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยอัลกอริทึมซึ่งได้จากแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในการทำงาน และมีผู้เชี่ยวชาญในการกำกับดูแลการทำงานให้เป็นไปตามแนวคิดที่วางเอาไว้ odini คือแอพพลิเคชันอะไร? odini คือ แอพพลิเคชันแนะนำและบริหารจัดการการลงทุนในกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนระยะยาว มีเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน โดยมีบริการครอบคลุมดังต่อไปนี้  ประเมินความเสี่ยงการลงทุน มีทั้งหมด 5 ระดับ จาก “ระดับต่ำ” ไปถึง “ระดับสูง” วางแผนการลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซื้อ-ขาย หน่วยลงทุนได้หลาย บลจ. ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนที่ผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอพที่น่าติดตามมากๆเลยก็ว่าได้ เพราะคุณใช้เงินในการลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 1,000 บาท ตอนนี้ยังมีให้โหลดแค่ในระบบ iOS ในฝั่งของ Android ต้องรอติดตามกันต่อไป เว็บไซต์: https://www.odiniapp.com/about-odini/ อ้างอิง: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/804019  

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

Messenger Kids แอปแชท Facebook สำหรับเด็กที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

            Messenger Kids เป็นแอปพลิเคชันการโทรและส่งข้อความฟรีที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเพื่อติดต่อกับเพื่อนสนิทและครอบครัวจากแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนของตน เด็กสามารถเชื่อมต่อกับผู้ติดต่อที่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองเท่านั้นซึ่งจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้น การสนทนาทางวิดีโอแบบกลุ่มหรือแบบตัวต่อตัวก็มีฟิลเตอร์ให้สนุกสนานมากขึ้นด้วยหน้ากากและเอฟเฟกต์เสียง     การใช้งานสำหรับผู้ปกครอง           ผู้ปกครองสามารถควบคุมการใช้ Messenger Kids ของเด็กๆได้ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อและสามารถกำหนดว่าใครสามารถติดต่อกับเด็กๆได้ เด็กจะไม่สามารถซ่อนข้อความและลบข้อความได้เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเช็คดูบทสนทนาในแต่ละวันของเด็กได้ การใช้งานสำหรับเด็กๆ           เด็กๆสามารถสนุกกับ กรอบรูป สติกเกอร์และ GIFs เพื่อใช้ในการพิมพ์สนทนากับเพื่อนๆสนุกสนานยิ่งขึ้น กล้องที่เต็มไปด้วยฟิวเจอร์ทำให้เด็ก ๆ สามารถสร้างวิดีโอสนุกๆ ด้วยฟิลเตอร์หน้ากากและเอฟเฟกต์เสียงที่เหมาะกับเด็กและตกแต่งรูปภาพเพื่อแชร์ช่วงเวลากับเพื่อนและคนในครอบครัวได้ การใช้งาน Facebook Messenger และ Messenger Kids           ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ที่ได้รับอนุมัติเช่นปู่ย่าตายายสามารถแชทผ่านวิดีโอและส่งข้อความกับเด็ก ๆ ผ่านแอป Messenger ที่มีอยู่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอป Messenger Kids เพิ่มเติม การใช้งานแอป Messenger Kids ของเด็กๆในการส่งข้อความและวิดีโอคอลใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่หมายเลขโทรศัพท์ วิธีเริ่มต้นใช้งาน Messenger Kids ผู้ปกครองสามารถเริ่มต้นใช้งานการส่งข้อความและวิดีโอแชทได้อย่างปลอดภัยใน 4 ขั้นตอน                                           1.ดาวน์โหลดแอป Messenger Kids ไปยังโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของบุตรหลานของคุณ                                          2.เปิดใช้งานแอป Messenger Kids โดยการ login  ผ่าน Facebook ของคุณ โดยไม่ต้องสร้างบัญชี Facebook ใหม่สำหรับบุตรหลานของคุณ                                          3.เพิ่มชื่อของพวกเขาเพื่อสร้างบัญชีสำหรับบุตรหลานของคุณการจากนั้นก็ส่งโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตให้กับเด็กของคุณเพื่อให้พวกเขาสามารถเริ่มแชทกับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่คุณอนุมัติได้อย่างปลอดภัย                                          4.ในการควบคุมดูแลโดยผู้ปกครองคุณสามารถตรวจสอบว่าใครจะแชทหรือส่งข้อความ ด้วยการเพิ่มและอนุมัติรายชื่อติดต่อ ยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดด้วย Sleep Mode โดยสามารถควบคุมได้จากแอป Facebook หลักของคุณเลย ขอบคุณข้อมูลจาก :  messengerkids